Sunday, August 12, 2012

Baby Checklist#3 (Clothing)


1.    ผ้าอ้อมผ้า
มีทั้งแบบผ้าสำลี ผ้าสาลู ผ้าฝ้าย แต่ที่พิมซื้อมาตอนนี้มีแต่แบบผ้าสาลูค่ะ ขนาด27x27 นิ้ว ซื้อแบบสีขาวล้วนไร้ลายไว้ 4 โหล ตอนไปอบรมคุณพยาบาลแนะนำว่าผ้าอ้อมที่ลูกใช้นุ่งควรใช้แบบสีขาวล้วน เพราะเวลาที่ลูกฉี่หรืออึออกมา ถ้ามีอะไรแปลกปลอมในฉี่หรืออึของลูกเราจะสังเกตเห็นได้ง่ายที่สุดค่ะ แต่ก็ซื้อแบบมีลายไว้ด้วย 2 โหล เพราะมีเพื่อนแนะนำมาว่า ผ้าอ้อมที่ใช้นุ่งรองฉี่รองอึ กับใช้เช็ดหน้าเช็ดปาก หรือพาดบ่าจับลูกเรอควรแยกกันไปเลย

แต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่รู้ว่าจะได้ใช้ผ้าอ้อมผ้าบ่อยแค่ไหน ก็ทราบว่าผ้าอ้อมผ้ามีข้อดีตรงที่ไม่อับชื้น เราอยู่กับลูกตลอดเวลาลูกฉี่หรืออึปุ๊บก็จับเปลี่ยนทันที แต่...หึๆๆ จะซักกันไหวมั้ย!? อ่านเจอในพันทิพบ่อยๆค่ะ มีคุณแม่มาเล่าให้ฟังว่าแรกเริ่มเดิมทีก็ตั้งใจจะนุ่งผ้าอ้อมผ้าให้ลูกตอนกลางวัน ผ้าอ้อมสำเร็จรูปค่อยใช้เฉพาะตอนกลางคืน แต่พอเอาเข้าจริง ผ้าอ้อมผ้าสร้างความลำบากให้กับชีวิตมากจนต้องสวัสดีลาก่อน พึ่งแต่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปอย่างเดียว

2.     ผ้าอ้อมสำเร็จรูป
ซื้อแบบ newborn ของ mamy poko มา มีขอบเอวเว้าสะดือป้องกันตัวผ้าอ้อมไปสัมผัสกับสะดือของลูกที่ยังไม่แห้งหลุดไปค่ะ ไซส์ newborn นี้ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด น้ำหนัก 5 กิโลกรัมค่ะ

3.     เข็มกลัดผ้าอ้อมแบบซ่อนปลาย
 
ซื้อมาเผื่อไว้อีกเหมือนกันค่ะ จริงๆคงจะใช้วิธีผูกผ้าอ้อมตามที่ได้เรียนมาก ถึงจะเป็นเข็มกลัดแบบซ่อนปลายก็เถอะ
แต่เห็นอะไรแหลมๆแล้วมันหวาดเสียวค่ะ  
4.     เสื้อผ้าลูก
เตรียมไว้หลายแบบค่ะ ทั้งแบบผ้าป่าน ผ้าฝ้าย แขนสั้น แขนยาว ซื้อเป็นแบบผูกหน้าเพราะคุณพยาบาลบอกว่าใส่ง่ายกว่าแบบอื่นๆ กางเกงเข้าชุดกันขาสั้น ขายาว บอดี้สูท จั๊มสูท ชุดนอนแบบชุดหมีคลุมถึงเท้า ชุดหล่อไว้ใส่ออกไปซิ่งนอกบ้าน พิมไม่ได้ตุนแต่ละไซส์ไว้เยอะมากค่ะ เพราะคุณแม่รุ่นพี่บอกมาว่าเด็กโตเร็วแป๊บเดียวก็คับหมดแล้ว บางชุดได้ใส่แค่ครั้งสองครั้งก็สวัสดีลาก่อนไม่เคยได้เวียนกลับมาใส่อีก หรือบางชุดอย่างพวกชุดนอนแบบชุดหมีคลุมถึงเท้านี่ต้องเสี่ยงดวงมากๆว่าลูกจะชอบใส่รึเปล่า เพราะเคยอ่าน blog ของคุณแม่บางคนบอกว่าคุณลูกไม่โปรดชุดหมีอย่างแรง จับใส่ทีไรเป็นต้องกรีดร้องดีดดิ้นจะเอาตัวเองออกจากชุดหมีให้ได้

เรื่องเสื้อผ้า รวมถึงพวกผ้าอ้อมผ้าด้วยถ้ามันไม่พอจริงๆ (ไม่พอในที่นี้อาจเกิดจากเหตุการณ์แม่หัวฟูซัก ตาก/อบ รีดไม่ทัน) ก็ค่อยออกไปซื้อมาเพิ่มค่ะ ไม่ซีเรียส 
5.     ถุงมือ
ได้มาจากเซ็ทเสื้อผ้าลูก มีอยู่ 2 คู่ ซึ่งก็คิดว่าคงจะไม่ซื้อเพิ่มค่ะ เพราะตั้งใจไว้ว่าจะไม่ใส่ถุงมือให้ลูกค่ะ เคยอ่านเจอมาเขาบอกว่าไม่ควรใส่ถุงมือให้ลูกเพราะถุงมือจะไปปิดกันพัฒนาการของทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของลูก (fine motor skills) ควรปล่อยให้ลูกได้สัมผัสผิวพ่อแม่ ผิวตัวเอง เสื้อผ้าของเขาเอง รวมถึงสิ่งต่างๆที่อยู่ใกล้ๆตัวเขา  ให้เขาสำรวจโลกใบกว้างด้วยมือน้อยๆของเขา ลูกจะข่วนจะจิกหน้าตัวเองบ้างก็ไม่เป็นไรค่ะ เราก็ช่วยลูกด้วยการพยายามใส่ใจกับเล็บของลูก ตัดให้สั้นอยู่เสมอ แล้วขอบอกว่าเด็กน้อยแผลหายเร็วมากๆ พิมเคยอเมซซิ่งไทยแลนด์กับแผลยาวที่หน้าของหลานสาวสองวัยสองขวบมาแล้วค่ะ ตอนนั้นคิดว่าหลานชั้นเสียโฉมแล้วแน่ๆงานนี้ แต่ผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์ดี แผลหายวับเหมือนไม่เคยมีแผลเลยค่ะ ยาก็ไม่ได้ทานะคะ มันหายของมันไปเอง
6.     ถุงเท้า
 
7.     หมวกเด็กอ่อน
เตรียมไว้แค่สองสามใบค่ะ เผื่อลูกเป็นพวกขี้ร้อนไม่ชอบใส่หมวก

8.     ผ้ากันน้ำลาย
ตอนนี้มีอยู่แค่ไม่กี่ผืนค่ะ คิดว่ากว่าจะใช้ก็อีกหลายเดือนเลยยังไม่รีบตุนมากค่ะ 
9.     ผ้าห่อตัว
สำหรับห่อตัวลูกเป็นหนอนน้อยตอนออกจากโรงพยาบาล เห็นแม่ๆรุ่นพี่บอกว่าแรกๆน่าจะได้ใช้บ่อย ลูกจะชอบให้ห่อตัว เขาจะรู้สึกอบอุ่นเหมือนกับตอนที่ยังขดตัวอยู่ในท้องแม่ คุณพยาบาลก็บอกมาเหมือนกันว่า ถ้าลูกร้องไห้แคว่กๆๆ การห่อตัวลูกจะช่วยให้ลูกสงบลงได้ด้วยค่ะ


10.     น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม

Saturday, August 4, 2012

Baby Checklist #2 (Infant Care)

1.     อ่างอาบน้ำ
ซื้อมาตามคำแนะนำของเพื่อนค่ะ ยี่ห้อ Richell เป็นอ่างอาบน้ำยางแบบเป่าลม ซึ่งน่าจะสะดวกมากๆด้วยเวลาที่พาลูกไปเที่ยวตจว. หรือพาไปนอนค้างบ้านอากงอาม่าคุณตาคุณยาย เพราะสามารถปล่อยลมออกแล้วพับลงกระเป๋าพกพาได้ ที่ตัวอ่างอาบน้ำมีที่กั้นระหว่างหว่างขากันลูกลื่นลงมาจมน้ำป๋อมแป๋มด้วยค่ะ ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดได้จนถึงความสูงประมาณ 60 ซม.
2.     ที่วัดอุณหภูมิน้ำ
ตามตำราบอกว่าอุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสมสำหรับอาบน้ำลูกน้อยนั้นอยู่ระหว่าง 36 – 38 องศาเซลเซียส แต่ถ้าวู้ดไพล์โชคร้ายเหมือนแม่เกิดมาเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบก็ต้องลดลงมาอยู่แถวๆ 32 – 35 องศาเซลเซียส ที่บ้านติดเครื่องทำน้ำร้อนในห้องน้ำ ต้องอาศัยการผสมน้ำร้อนน้ำเย็นเข้าด้วยกัน จะให้แม่ใช้มือจุ่มๆเดาๆเอาก็กระไรอยู่ ยิ่งเป็นพวกหนังหนาอยู่ สัมผัสอะไรร้อนๆก็ไม่ค่อยรู้สึกว่าร้อน เพราะฉะนั้นสำหรับผู้ไร้ประสบการณ์ก็ต้องขอมีตัวช่วยนิดนึงค่ะ  
พี่ฮิปโปนี่พิมได้มาจากโยโดบาชิคาเมร่าร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นค่ะ

3.     ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ
คิดไว้ก่อนว่าลูกน่าจะเกิดมามีผิวซุปเปอร์แห้งและแพ้ง่ายเหมือนแม่ ไปปรึกษาเพื่อนที่ลูกมีปัญหาผิวแห้งแพ้ง่าย เพื่อนแนะนำให้ใช้ Oilatum ชนิดน้ำมันผสมน้ำให้ลูกอาบค่ะ 
 
4.     ฟองน้ำ/ผ้าขนหนูสำหรับอาบน้ำ
ซื้อเตรียมไว้ทั้งสองอย่างเลยค่ะ ทั้งฟองน้ำ ทั้ง wash cloth ฟองน้ำที่ซื้อมาเป็นฟองน้ำธรรมชาติของ DHC ค่ะ เห็นเขาว่านุ่มนิ่มเหมาะกับผิวอันบอบบางของทารก แต่มีคุณแม่รุ่นพี่แนะนำว่า wash cloth ก็ดีนะเพราะใช้เสร็จสามารถซักแล้วก็ตากได้ จะได้มั่นใจแน่ๆว่าปราศจากการหมักหมมของเชื้อโรค ไม่เป็นเชื้อรา ก็เลยไปสอยมาจากอิเกีย 2 แพคค่ะ ราคาไม่แพงเลย 149 บาทต่อแพค แพคหนึ่งมีตั้ง 10 ผืน คุ้มมากๆเลยค่ะ 

 
5.     ผ้าขนหนู
สำหรับเช็ดตัวเช็ดผมเช็ดหน้า  

6.     โลชั่นทาตัวหลังอาบน้ำ
  Eucerin Soothing Lotion 12% Omega Plus Licochalcone สำหรับผิวแห้งแพ้ง่ายอีกเหมือนกันค่ะ ปราศจากน้ำหอม และเหมาะแม้กับทารกแรกเกิด ตัวนี้มีขายแค่ในโรงพยาบาลเท่านั้นนะคะ 
7.     ครีมทากันผื่นผ้าอ้อม
เห็นคุณแม่ๆในห้องชานเรือนพันทิพบอกว่าใช้ดีเลยซื้อมาลองค่ะ บีแพนเธนนี่นอกจากจะใช้ทากันผื่นผ้าอ้อมลูกได้แล้ว ยังช่วยบรรเทาอาการหัวนมแตกได้อีกด้วยค่ะ
 
8.     ครีมทาแก้ผดผื่นคันแมลงสัตว์กัดต่อย
ซื้อ baby muhi มาเตรียมไว้หลอดนึงค่ะ ส่วนผสมหลักของ baby muhi คือ Diphenhydramine 1% ซึ่งจัดอยู่ในหมวดของ anti-histamine หรือยาแก้แพ้ ไม่ใช่สเตียรอยด์ค่ะ  แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังนะคะ ถ้าเป็น muhi roll – on จะมีส่วนผสมหลักเป็น Dexamethasone 0.025% ซึ่งเจ้าตัวนี้คือสเตียรอยด์ค่ะ จริงๆแล้วถ้าลูกมีอาการคัน ดีที่สุดคือควรพาไปพบคุณหมอให้คุณหมอช่วยดูว่าเป็นผื่นประเภทไหนคุณหมอจะได้จัดยาที่เหมาะสมให้ค่ะ  

9.     กรรไกรตัดเล็บ
10.     หวี

11.     มหาหิงส์
ไปอบรมมา คุณพยาบาลบอกว่า ถ้าขยันจับลูกเรอ และจับเรออย่างถูกวิธีนี่ ไม่จำเป็นต้องพึ่งมหาหิงส์เลยค่ะ แต่ก็ซื้อมาติดบ้านไว้ก่อนหนึ่งขวดให้อุ่นใจ

12.     แอลกอฮอล์
สำหรับเช็ดทำความสะอาดสะดือลูกค่ะ อันนี้ไม่ได้ซื้อ เพราะเพื่อนบอกว่าที่รพ.จะให้กลับบ้านมาค่ะ

13.     Cotton bud ขนาดเล็ก
ซื้อมาจากญี่ปุ่นค่ะ หัวเล็ก สำหรับเช็ดรูจิ๋วๆของเด็กทารกโดยเฉพาะ เช็ดแล้วสำลีไม่รุ่ยออกมา แต่รู้สึกพลาดมากๆ ไม่รู้จะหอบมาทำไมเพราะที่เมืองไทยก็มีขายค่ะ ถูกกว่าอีกต่างหาก

14.     สำลีแผ่น/สำลีก้อน
สำหรับเช็ดตา เช็ดหน้า เช็ดก้น และจุ๊มุ

15.     กระปุกใส่สำลี และ กระปุกใส่น้ำทำความสะอาด
ยังไม่ได้ซื้อค่ะ
 
16.     Baby wipe
เห็นมีหลากหลายยี่ห้อเลยค่ะ แต่ขอประเดิมด้วยสองยี่ห้อนี้ก่อน

17.     ที่ดูดน้ำมูก
แม่ๆญี่ปุ่นรีวิวไว้ว่าที่ดูดน้ำมูกแบบนี้ใช้ดีมาก ปลายด้านหนึ่งเสียบไว้ที่รูจมูกของลูก ส่วนปลายอีกด้านเราออกแรงดูดเบาๆ น้ำมูกของลูกก็จะถูกดูดออกมากักไว้ที่กระเปาะพลาสติกตรงกลางค่ะ ข้อดีคือเราสามารถควบคุมแรงดูดได้ด้วยตัวเอง แล้วก็มองเห็นน้ำมูกที่ถูกดูดออกมาได้อย่างชัดเจนค่ะ
 
18.     ที่ป้อนยา
ซื้อมาเผื่อไว้เฉยๆ แต่ถ้าไม่ได้แกะออกมาใช้เลยจะดีมากๆค่ะ ไม่อยากให้ลูกป่วยเลย

19.     ปรอทวัดไข้
มีวันนึงไปเดินโยโดบาชิคาเมร่า ผ่านบูธที่ขายพวกปรอทวัดไข้ เลยไปได้ที่วัดไข้ดิจิตอลทางหูของ Omronตัวนี้มาค่ะ  ซื้อโดยที่ไม่ได้หาข้อมูลก่อน พอกลับบ้านมาอ่านรีวิว สรุปว่าได้รับการประเมินที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แม่ๆญี่ปุ่นส่วนใหญ่บอกว่าวัดยากมากโดยเฉพาะกับเด็กแรกเกิด เพราะหูลูกเล็กนิดเดียว ถ้าเล็งองศาไม่ดีอุณหภูมิก็คลาดเคลื่อน  รุ่นนี้จะเหมาะกับเด็กวัยเตาะแตะมากกว่า

เลยบอกคุณพ่อยุ่นให้ช่วยหาข้อมูลหน่อยว่าควรใช้เป็นแบบไหนดี คุณพ่อก็ไปหาข้อมูลมา ได้ความว่าปรอทวัดไข้แบบดิจิตอลทางรักแร้ของ Terumo รุ่นนี้เป็นแบบที่แผนกเด็กของโรงพยาบาลในญี่ปุ่นแนะนำให้ใช้ค่ะ ก็จัดมาเรียบร้อยหนึ่งอัน แบบที่วัดทางรักแร้จะใช้เวลานานหน่อยคือประมาณ 20 วินาที แต่ถ้าวัดทางหูนี่เขาโฆษณาไว้ว่าวัดได้รวดเร็วในเวลาแค่ 1 วินาทีเท่านั้นค่ะ
 
20.     แผ่นแปะหน้าผากลดไข้