Wednesday, July 25, 2012

Baby Checklist #1 (Baby Gear)

อีกไม่ถึงสองเดือนก็จะได้เจอกับลูกชายสุดที่รักแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณลูกชายเค้าจะตื่นเต้นกับการที่เราสามคนพ่อแม่ลูกจะได้พบหน้ากันเป็นครั้งแรกมากแค่ไหน แต่ขอบอกว่า พ่อกับแม่ตื่นเต้นมากที่สุดในสามโลกเลยล่ะค่ะ^^ 

แรกๆเคยคิดว่าทำไมเวลาเดินไปช้าจัง หึ่ยยย...กว่าจะผ่านไปแต่ละวันแต่ละอาทิตย์ช่างเนิ่นนาน ก่อนหลับตานอนทุกคืนก็ลูบพุงตัวเองแล้วก็เฝ้าดราม่าว่าเมื่อไหร่หนอชั้นถึงจะได้เจอกับเจ้าตัวแสบในพุงเสียที...แต่พอเข้าไตรมาสที่ 3 เท่านั้นล่ะค่ะ เวลากลับเดินทางรวดเร็วอย่างกับติดจรวด อีกแป๊บเดียวเท่านั้น...โอ๊ย ยิ่งคิดยิ่งตื่นเต้น

ถ้าถามถึงความพร้อมในการเตรียมตัวต้อนรับสมาชิกใหม่ ก็...ยังงงๆอยู่ค่ะ เหมือนจะพร้อม แต่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่ คำว่าพร้อมไม่พร้อมของพิมตัดสินจากข้าวของที่ได้ตระเตรียมไว้ตาม baby checklist ที่ทำไว้ค่ะ คือ ตอนนี้ก็ยังมีของบางอย่างที่ยังไม่ได้ซื้อ เพราะมีคุณแม่รุ่นพี่กระซิบมาว่าให้อั้นๆเอาไว้บ้าง วันที่ 2-5 ..นี้จะมีงาน Thailand Baby and Kids Best Buy ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติ   สิริกิติ์ ด้วยความงกเลยเบรคๆตัวเองไว้เวลาไปเดินห้าง เผื่อจะซื้อของให้ลูกในราคาดีๆได้ในงาน

การที่เราทำ baby checklist ไว้ก่อนที่จะลงสนามช้อปปิ้งจริงนี่เป็นอะไรที่อยากจะแนะนำคุณแม่มือใหม่ทุกๆคนมากๆเลยค่ะ สำหรับพิมแล้ว baby checklist นี่มีประโยชน์มากๆ เพราะนอกจากจะช่วยจัดระเบียบชีวิต ทำให้เราตระเตรียมข้าวของให้ลูกตามสไตล์การเลี้ยงลูกของเราได้อย่างไม่ตกหล่นแล้ว ยังทำให้เราเห็นงบประมาณคร่าวๆที่เราจะต้องใช้ซื้อข้าวของให้ลูกได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ คือ ตอนทำ checklist พิมจะพยายามระบุราคาคร่าวๆลงไปด้วยทุกครั้งค่ะ พอทำเสร็จปุ๊บ ก็จะได้ค่าใช้จ่ายคร่าวๆออกมา ก็เอาตัวเลขกลมๆตรงนี้ไปยื่นให้คุณพ่อยุ่นได้ทำใจก่อน จะได้ไม่ช็อคมากตอนจ่ายเงินค่ะ 555

ไหนๆก็พูดถึงเรื่อง baby checklist แล้ว วันนี้เลยอยากจะขออนุญาตเอา baby checklist ของตัวเองมาแฉค่ะ ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยกับว่าที่คุณแม่มือใหม่หลายๆคนที่อาจจะกำลังสาละวนกับการทำ baby checklist ของตัวเองอยู่นะคะ^^ และถ้าคุณแม่มือโปรท่านไหนผ่านมาอ่าน อยากจะแนะนำอะไรเพิ่มเติม ก็เชิญได้ตามสะดวกเลยนะคะ

Baby Checklist ของพิมแบ่งออกเป็นหมวดใหญ่ๆตามนี้นะคะ
  • Baby Gear
  • Infant Care
  • Clothing
  • Breast-feeding
  • Nursery
  • Misc.

Baby Gear
1.  คาร์ซีท
คาร์ซีทที่พิมกับยุ่นเลือกให้เจ้าวู้ดไพล์คือยี่ห้อ AILEBEBE รุ่น Kurutto Premium ซื้อตอนที่ยังอยู่ที่ญี่ปุ่นค่ะเลยได้ราคาที่ถูกกว่าที่เมืองไทยมากๆ



เจ้าคาร์ซีทรุ่นนี้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของกระทรวงคมนาคมญี่ปุ่นค่ะ (แต่หลายๆรุ่นของ AILEBEBE ผ่านมาตรฐานของยุโรปนะคะ) ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดน้ำหนัก 2,500 กรัมขึ้นไปจนถึง 18 กิโลกรัมหรือ 4 ขวบโดยประมาณค่ะ ตัวคาร์ซีทหมุนได้ 360 องศาเอื้อความสะดวกเวลาอุ้มลูกขึ้นลงรถ มีเบาะเสริมรองรับบริเวณคอกับหลังสำหรับทารกแรกเกิดที่ออกแบบมาให้เหมือนกับการโอบอุ้มของคุณแม่ เข็มขัดรัด 5 จุด มีขาตั้งช่วยยึดพื้นรถอีกแรงเพื่อป้องกันคาร์ซีทคว่ำมาด้านหน้า ปรับเอนได้ 3 ระดับ (เฉพาะเวลาที่หันหน้าออกเท่านั้นนะคะ) ผ้าหุ้มตัวเบาะทำจาก mesh มีรูระบายอากาศขนาดใหญ่ช่วยเรื่องการระบายความร้อนได้ดี เห็นแม่ๆชาวญี่ปุ่นเขียนรีวิวกันไว้ว่าคาร์ซีทรุ่นนี้นี่ลูกน้อยนั่งสบายมาก จับลงปุ๊บ ไม่มีงอแง หลับกันพริ้มเพราะนอน/นั่งสบาย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่วู้ดไพล์จะพริ้มกับเขารึเปล่า หรือจะร้องแคว่กๆๆจะไม่ยอมนั่งท่าเดียว ยังไงไว้ได้ใช้จริงเมื่อไหร่จะมารีวิวให้ฟังอีกทีนะคะ

(พิมแนบ link จากเว็บแม่ที่ญี่ปุ่นมาให้นะคะ http://www.carmate.co.jp/ailebebe/lineup/kurutto.html ตรงหัวข้อ MOVIE มีคลิป 3 คลิปให้ดูเพลินๆค่ะ บรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ดูจากภาพเคลื่อนไหวก็น่าจะพอเข้าใจได้นะคะ)
2.  แผ่นรองคาร์ซีท
ยี่ห้อ DiONO(ディオノ) วัสดุที่ใช้ทำเป็น PVC ใช้รองก่อนติดตั้งคาร์ซีทกันเบาะหนังของรถเป็นรอยค่ะ 


3.  กระจกมองหน้าลูกในรถ

เอาไว้แอบมองลูกเวลาที่เราขับรถในช่วงขวบปีแรกของลูกที่ต้องถูกจับนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าเบาะค่ะ ขับรถไปแอบมองหน้าลูกน้อยไป อุ่นใจตลอดเล้นทาง^^   
จริงๆแล้วกระจกแบบนี้ไม่ใช่แค่เอาไว้ให้คุณพ่อคุณแม่มองหน้าลูกนะคะ เพราะลูกเองก็ยังสามารถเล่นกับตัวเองงุ้งงิ้งๆในกระจกได้ด้วยค่ะ  ถือเป็นของเล่นเสริมพัฒนาการไปในตัวด้วย
 
4.  รถเข็นเด็ก
รถเข็นเด็กนี่เลือกซื้อกันตามไลฟสไตล์ของแต่ละบ้านเลยค่ะ  พิมคิดว่าไม่สามารถพูดได้เลยว่ามีรถเข็นเด็กรุ่นไหนที่ดีที่สุดในโลก และเหมาะสำหรับทุกๆคน แต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อต่างมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไปค่ะ ก็ต้องค่อยๆหาข้อมูล ค่อยๆเปรียบเทียบ เลือก และลองกันไป กว่าพิมกับยุ่นจะเลือกรถคันแรกให้พี่วู้ดไพล์ได้นี่ใช้เวลาหาข้อมูลอยู่นานพอสมควรเลยค่ะ ไปลองที่สัมผัสของจริงที่ shop มาหลากหลายยี่ห้อ และสุดท้ายก็ได้พบกับรถเข็นที่ถูกใจ และอยู่ในงบประมาณที่เราตั้งไว้ (จริงๆมีถูกใจกว่านี้นะคะ แต่...เกินงบที่ตั้งไว้ เลยต้องตัดใจค่ะ) 
รถเข็นเด็กที่พิมกับยุ่นเลือกให้วู้ดไพล์ คือ combi รุ่น XB-600 จากซีรี่ส์ Diaclasse Auto 4 Cas ค่ะ มีด้วยกัน 3 สี คือสีเนวีบลู สีเบจ แล้วก็สีดำ เพิ่งออกขายที่ญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนก.พ.ของปีนี้ค่ะ พิมกับยุ่นเลือกเป็นสีดำ ดูแมนๆเหมาะกับเด็กชายดี ตามรูปนี้เลยค่ะ

 
ก่อนจะซื้อเราสองคนก็ไปลองเข็นที่ アカチャンホンポ มาค่ะ (アカチャンホンポ  หรือ อะกะจังฮมโปะ : คือห้างที่ขายข้าวของเครื่องใช้ของแม่และเด็ก เป็นห้างแบบวันสต๊อปช้อปปิ้ง ครบวงจรมากๆ พิมกับยุ่นเดินได้เป็นวันๆไม่มีเบื่อ ครอบครัวไหนมีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่น ห้ามพลาดห้างนี้เด็ดขาดนะคะ) 
ถูกใจรุ่นนี้ตรงที่เข็นง่ายลื่นปรื๊ดมาก ลองเอาของหนักๆมาวางบนเบาะสมมติว่าเป็นน้ำหนักตัวของลูกก็ยังเข็นด้วยมือเดียวได้สบายๆ เวลาเลี้ยวโค้งก็ไม่มีติดขัด วงเลี้ยวแคบมาก ซ่อกแซ่กไปมาตามซอกซอยในห้างได้ดี  เวลาพับเก็บก็เป็นชิ้นเดียวกันแถมทำได้ด้วยมือเดียวไม่ต้องก้มๆเงยๆให้เมื่อยหลัง เวลาจะใช้ก็ง่ายมากๆค่ะ กระตุกปรึ๊ดเดียวกางออกมาสวยงามพร้อมใช้  handleของรถเข็นก็ปรับได้หลายระดับค่ะ ซัพพอร์ตทั้งคุณพ่อที่ตัวสูงอย่างคุณพ่อยุ่น และคุณแม่ที่ตัวเล็กอย่างพิม
รุ่นนี้มีฟีเจอร์ใหม่ 2 ฟีเจอร์ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ชีวิตมากขึ้นด้วยค่ะ ฟีเจอร์แรกคือ สามารถพับเก็บรถเข็นได้เลยแม้ในขณะที่เบาะอยู่ในลักษณะถูกกางออกอยู่ และฟีเจอร์ที่สองคือเวลาจะปลดล็อคเบรค ไม่ต้องใช้ปลายเท้าจิกขึ้นแบบเดิมซึ่งตรงนี้เป็นปัญหาสำหรับแม่ๆที่รักรองเท้ามากๆ เพราะจะทำให้หัวรองเท้าเป็นรอย  ลองตามลิงค์ด้านล่างนี้เข้าไปดูนะคะจะเห็นภาพมากขึ้นค่ะ (เข้าไปแล้วเลื่อนลงมาด้านล่างจะมีคลิปสาธิตฟีเจอร์ใหม่อยู่ 2 คลิปค่ะ)
 
ด้านหลังของเบาะนั่งมีช่องระบายอากาศแบบเปิดปิดได้โดยจะช่วยลดอุณหภูมิที่หลังของลูกลงได้ประมาณ 4 องศา มี egg shock ซึ่งเป็นนวัตกรรมเฉพาะของ combi ช่วยป้องกันการกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะของลูกได้ดีเยี่ยม มี soft-suspension ช่วยให้เข็นได้อย่างนุ่มนวล ที่บังแดดก็ใหญ่โตน่า ด้านบนของที่บังแดดมีช่องตาข่ายไว้ใช้ส่องดูลูกได้ด้วยค่ะ เข็นได้ทั้งแบบ rear-facing และ forward-facing แต่เวลาจะปรับคันโยกคงต้องระวังให้มาก แอบกลัวเหมือนกันค่ะว่าถ้าไม่ดูให้ดีอาจจะไปหนีบนิ้วลูกได้ น้ำหนักถือว่าไม่เบาเท่าไหร่อยู่ที่ประมาณ 7 กิโลครึ่ง ถ้าต้องยกขึ้นลงรถคนเดียวก็คิดว่าสบายๆไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นจังหวะที่ยุ่นไม่ได้อยู่ด้วย ประมาณว่าพิมออกไปซิ่งกับวู้ดไพล์แค่สองคน แล้วบังเอิญมีเหตุให้ต้องทั้งอุ้มลูกด้วยหอบรถเข็นลูกขึ้นลงบันไดด้วย คงจะเหนื่อยเอาเรื่องอยู่เหมือนกันค่ะ รถเข็นรุ่นนี้ระบุให้ใช้ได้เมื่อลูกน้อยมีอายุ 1 เดือนขึ้นไปค่ะ และใช้ได้ไปจนถึงอายุประมาณ 36 เดือน หรือประมาณ 3 ขวบค่ะ
ที่เขียนมาอาจจะไม่เห็นภาพมากนัก เดี๋ยวรอให้ได้ใช้จริงก่อน จะมารีวิวพร้อมรูปถ่ายและคลิปวิดีโอประกอบแบบเต็มคราบให้ได้ดูกันนะคะ
 5.  ที่แขวนกระเป๋าคุณแม่ ที่หนีบผ้าห่ม ที่วางขวดน้ำ
ทั้งหมดจัดมาใน theme พี่มิกกี้ค่ะ 

 
6.  ที่คลุมรถเข็นกันฝน



ไอเท็มนี่จริงๆแล้วก็ไม่ได้จำเป็นซักเท่าไหร่ แต่ก็ซื้อมาไว้ก่อนเผื่อมีจังหวะที่เข็นลูกออกไปเดินรับลม แล้วฝนดันตกลงมาแบบไม่ทันตั้งตัวค่ะ รุ่นนี้มีซิบเปิดด้านหน้าสามารถเอาลูกเข้าออกรถเข็นได้สะดวกโดยที่ไม่ต้องถอดที่คลุมกันฝนออกค่ะ ฮี่ๆ แล้วก็มีลายจุดที่แม่ชอบด้วย
7.  เป้อุ้มเด็ก


อันนี้เป็นของยี่ห้อ Baby Bjorn รุ่น synergy  ได้รับอภินันทนาการมาจากพี่สาวของพิมเองค่ะ ฮี่ๆ ขอบคุณป้าปลานะคะ บุญหล่นทับจริงๆ รุ่นนี้พี่สาวบอกต่อมาว่าซัพพอร์ตหลังดีค่ะ อุ้มนานๆก็ไม่ค่อยเมื่อย  ตัวเป้อุ้มทำจาก mesh ซึ่งจะช่วยเรื่องการระบายอากาศได้ดี เหมาะกับเมืองที่มีอากาศร้อนระอุแบบพี่ไทยบ้านเรามากค่ะ อุ้มได้ทั้งแบบหันลูกเข้าหาตัวเรา หรือหันหน้าออกก็ได้ พิมลองสวมดูแล้ว ใส่ง่ายไม่ซับซ้อนค่ะ (แหม...พอเป็นของฟรีล่ะก็ง่ายเลยนะ!) ลูกเกิดมาปุ๊บจับใส่เป้อุ้มเลยไม่ได้นะคะ ต้องดูน้ำหนักและส่วนสูงของลูกเราก่อน เพราะทางผู้ผลิตแนะนำว่าใช้จะอุ้มลูกได้ก็ต่อเมื่อลูกมีน้ำหนักตัวอย่างน้อยที่สุด 3,500 กรัม และมีส่วนสูง 53 ซม.เป็นต้นไป และรองรับน้ำหนักลูกได้สูงสุดถึงประมาณ 12 กิโลกรัมค่ะ 


Thursday, July 19, 2012

พิม ตันเดชานุรัตน์






ติดตามเรื่องราวการเดินทางในขวบปีแรกของน้อง “วู้ดไพล์”  
และหลากหลายเรื่องราวครั้งแรกของการเป็นคุณแม่ที่จะไม่มีวันลืมได้ที่ 

Saturday, July 14, 2012

First Chic 105 across Bangkok

The latest collection : First Chic 105 is now available throughout the city of Bangkok!

Jenna and Plawan look gorgeous in NuNu First Chic 105

ตอนนี้นอกจากลูกค้าจะสามารถสั่งซื้อสินค้าน่ารักๆของ NuNu ได้ที่ www.nunufirstjoy.com แล้ว ยังสามารถเลือกชมสินค้าของเราได้อีก 8 ที่ทั่วกรุงเทพ :)

1. Brown Farm ชั้น 6 Central World ฝั่งลิฟท์แก้ว
2. Mommories สาขาสยามสแควร์ซอย 1 ข้าง Mister Donut 
3. Mommories สาขาโรงพยาบาลกรุงเทพ ตึกพลาซ่าชั้น 2
4. www.bpafreebabyshop.com 
5. ร้านพุงกลม ถ.บอนด์สตรีท เมืองทองธานี
6. Baby nMe KVillage โซน Fashion Mode MN37
7. Mother Goose ทองหล่อซอย 13 ตึก Civic Park
8. www.zalora.co.th (coming soon)